Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

รวมภาพสวยๆ บรรยากาศงาน เปิดตัว New Ranger 2018 วันที่ 20 กรกฏาคม 2560

เก็บภาพบรรยากาศในงาน เปิดตัว New Ranger 2018 วันที่ 20 กรกฏาคมที่ผ่านมา ของโชว์รูมฟอร์ด ท็อปคาร์กรุ๊ป สาขา ท็อปคาร์ฮาร์เบอร์ และ สาขา พัทยาท็อปคาร์ จำกัด จะสวยแค่ไหน ไปรับชมกันครับ

งานเริ่ม 17.00น. -20.30 น. เปิดตัว New Ranger MC 2018 กิจกรรม ภายในงานมากมาย อาหารเครื่องดื่มฟรี มีไลฟ์สด ถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ที่โออซิส อารีน่า กทม

ภาพบรรยากาศ ฟอร์ด ท็อปคาร์ฮาร์เบอร์

[rl_gallery id=”1685″]

เปิดตัว New ranger

โพสต์โดย Kai Korat เมื่อ วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2018

ภาพบรรยากาศ ฟอร์ด พัทยา

[rl_gallery id=”1691″]

โพสต์โดย Elle Anchalee Sangjalorn เมื่อ วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2018

 

 

Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

เปิดราคา Ford Ranger RAPTOR ดีเซล 2.0 Bi-Turbo 213 แรงม้า 1,699,000 บาท

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ Engine เครื่องยนต์

Diesel 2.0 EcoBlue Bi-Turbo

เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี. พ่วงเทอร์โบคู่ (ทำงานร่วมกันระหว่าง High-Pressure (HP Turbo) เทอร์โบแรงดันสูง และ Low-Pressure (LP Turbo) เทอร์โบแรงดันต่ำ ควบคุมด้วยวาล์ว Bypass) กำลังสูงสุด 213 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift

Dimension มิติตัวถัง ของ Ranger RAPTOR

  • ยาว x กว้าง x สูง : 5,398 x 2,038 x 1,873 มิลลิเมตร
    (เดิมตัวเลข กว้าง 2,180 มิลลิเมตร คือ รวมกระจกมองข้าง)
  • ระยะฐานล้อ : 3,220 มิลลิเมตร
  • ความกว้างช่วงล้อหน้า/หลัง : 1,710 / 1,710 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น : 283 มิลลิเมตร

เมื่อเทียบกับ Ranger รุ่นปกติ (5,362 x 1,860 x 1,815 มิลลิเมตร, ระยะฐานล้อ 3,220 มิลลิเมตร) พบว่า Ranger RAPTOR ยาวขึ้น 36 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 178 มิลลิเมตร สูงขึ้น 58 มิลลิเมตร นอกจากนี้ระยะต่ำสุดถึงพื้น หรือ Ground Clearance สูงขึ้นอีก 53 มิลลิเมตรด้วย และ ความกว้างช่วงล้อหน้า และ หลัง เพิ่มอีก 150 มิลลิเมตร

 

Chassis & Suspension แชสซีส์ และ ระบบกันสะเทือน

  • แชสซีส์พิเศษที่รองรับการออฟโรดความเร็วสูง
  • ระบบกันสะเทือนด้านหน้า : อิสระปีกนกอะลูมิเนียม 2 ชั้น พร้อมช็อคอัพ Fox Racing Shox แบบมีระบบ Internal Bypass พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ระบบกันสะเทือนด้านหลัง : Coil over Shock พร้อมช็อคอัพ Fox Racing Shox แบบมี Subtank ระบบ Internal Bypass พร้อมวัตต์ลิงค์ Watt’s Linkage
  • พวงมาลัยพาวเวอร์แบบช่วยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า EPAS

 

  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Terrain Management System มีให้เลือก 6 รูปแบบ
    • Normal : โหมดปกติ
    • Sport : สปอร์ต เกียร์เปลี่ยนไวขึ้น คารอบเครื่องไว้สูงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Terrain Management System พร้อมโหมดบาฮา (Baja)
    • Grass / Gravel / Snow : หญ้า กรวด/หิน หิมะ เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้น ออกตัวด้วยเกียร์ 2 ลดการลื่นไถลของล้อรถ
    • Mud / Sand : ใช้เกียร์ต่ำ ปรับการตอบสนองของระบบ Traction Control
    • Rock : หิน ใช้ความเร็วต่ำ
    • Baja : บาฮา ปรับการตอบสนองเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการขับแบบ Off-Road ความเร็วสูง ตัดการทำงานระบบ Traction Control ปรับการตอบสนองของระบบส่งกำลัง (เกียร์) และ คารอบเครื่องไว้สูง
  • เฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential
  • ล้ออัลลอย 17 นิ้ว พร้อมยาง All-terrain BF Goodrich KO2 ขนาด 285/70 R17

  

Exterior ภายนอก

  • ไฟหน้า Projector Lens แบบ HID
  • ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
  • ไฟตัดหมอก แบบ LED
  • กระจังหน้าพิเศษแบบ Raptor / Block FORD Letter Grill
  • บันไดข้างอะลูมิเนียม
  • แผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่องหน้า 2.3 มิลลิเมตร
  • กันชนหน้าแบบรองรับการกระแทกจากการขับออฟโรดความเร็วสูง
  • ชุดตะขอลากจูงคู่หน้า และ หลัง
  • แก้มข้างรถแบบขยายกว้าง วัสดุ Composite : Sheet Molding Compound
  • กระบะท้ายแบบขยายกว้าง วัสดุ Composite : Sheet Molding Compound
  • คิ้วซุ้มล้อ Fender
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า แบบอัตโนมัติ
  • ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
  • กระจกมองข้าง พร้อมไฟเลี้ยวในตัว
  • กระจกมองข้าง ปรับและพับด้วยไฟฟ้า
  • ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ
  • ระบบช่วยผ่อนแรงฝาท้ายกระบะ Easy Lift Tailgate
  • พื้นปูกระบะท้าย Bedliner

   

Interior & Convenience ภายในห้องโดยสาร และ ความสะดวกสบาย

  • พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อม On-Center Marker
  • เบาะนั่งหุ้มด้วย Alcantara แบบ Bolsters Seat
  • แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shifter แบบ Magnesium
  • เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง
  • ระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก Active Noise Cancellation System
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone
  • กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ขึ้น-ลงอัตโนมัติ ฝั่งคนขับ
  • ระบบป้องกันการหนีบ Protection Jam ฝั่งคนขับ
  • ช่องชาร์จไฟปลั๊กไฟบ้าน 230V
  • ชุดมาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมหน้าจอ MID แบบสี ขนาด 4 นิ้ว
  • ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button

 

Entertainment ระบบความบันเทิง

  • หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว
  • เครื่องเสียง วิทยุ AM/FM CD MP3
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 3
  • รองรับ Apple Car Play / Andriod Auto
  • ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง
  • ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
  • ระบบนำทาง Navigation System
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง

 

Safety ระบบความปลอดภัย

  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP
  • ระบบควบคุมการลื่นไถล Traction Control
  • ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง Trailer Sway Mitigation
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านถุงลมนิรภัย)
  • กล้องมองภาพขณะถอยจอด
  • เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหลัง
  • ที่ล็อคฝากระบะท้าย Tailgate Lock
  • ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน Emergency Assistance
  • สัญญาณกันขโมย แบบ Volumetric
  • ระบบกุญแจ Immobilizer
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

  

สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 5 สี

  • สีเทา Conquer Grey
  • สีน้ำเงิน Lightning Blue
  • สีแดง Race Red
  • สีดำ Shadow Black
  • สีขาว Frozen White

เครดิต headlightmag.com

Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

หลบไป ขาใหญ่มาแล้ว! ลือหึ่ง Ford Ranger Raptor กระบะพันธุ์โหด สุดจี๊ด… กับเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2 ลิตร

นับตั้งแต่การปล่ยทีเซอร์ทดสอบความโหดแกร่งของกระบะน้องใหม่อย่าง Ford Ranger Raptor ทำให้สิงห์รถกระบะทั่วโลกรวมถึงเมืองไทยต่างรอคอยว่าจะมาเปิดตัวให้ชมกันในช่วงไหน

Ford Ranger Raptor

     แต่อย่างน้อยมีข่าวดีให้ได้ชื่นใจกันสักหน่อย เมื่อสื่อ รถยนต์ จากอเมริกา รายงานว่ากระบะโหดรายนี้เตรียมที่จะส่งขุมพลังใหม่มาเป็นตัวเลือกทันใจสาวกขาลุยและแรง ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ (Twin Turbo) 2.0 ลิตร โดยขุมพลังดังกล่าวมีความเป็นไปได้ว่าจะใช้เครื่องในตระกูล Ford EcoBlue ที่เปิดตัวไปเมื่อปีกลาย มาประจำการ

จุดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซล ฟอร์ด 2 ลิตร นี้ อยู่ตรงที่น้ำหนักเบาและเคลมว่าให้ความแรงมากกว่าเครื่องยนต์ดีเซลปัจจุบัน DuraTroq TDCI 3.2 ลิตร 200 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตันเมตร นั่นหมายความว่า เครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตรใหม่ จะต้องมีแรงม้ามากว่า 200 ตัว พร้อมกันนี้ระบบส่งกำลังจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดที่ Ford ร่วมพัฒนากับ GM หรือ General Motors มาติดตั้งในกระบะโหดด้วยเช่นกัน

Ford Ranger Raptor

Ford Ranger Raptor     เหตุผลก็เพราะว่าเพื่อให้ผ่านมาตรฐานไอเสียของแต่ละประเทศที่เข้มงวดรวมถึงการประหยัดน้ำมันที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดโดย Ford Ranger Raptor ออกแบบและพัฒนาด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่บ่งบอกถึงความแกร่งจนต้องเหลียวมอง รวมถึงสมรรถนะและประสิทธิภาพการขับขี่แบบออฟโรดอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน

โดดเด่นด้วยการนำเอาประสิทธิภาพการขับเคลื่อนบนเส้นทางออฟโรดอันเหนือชั้นตามแบบฉบับของ Raptor ผสมกับความทรหดของ Ford Ranger เจนปัจจุบันมาใช้เป็นครั้งแรกกับรูปลักษณ์อันแข็งแกร่ง ดุดัน และฟีเจอร์การขับขี่อันล้ำสมัย จึงเป็นรถกระบะสายพันธุ์ใหม่ที่โดดเด่น กระบะออฟโรดขาโหด จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2018 ซึ่งอาจรวมถึงเมืองไทยด้วย

Ford Ranger Raptor

ที่มา autodeft.com

Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

หลุด Spy Shot จับภาพ Ford Ranger และ Ford Everest วิ่งทดสอบเตรียมปรับโฉม MC

หลังจากโฉมล่าสุดของ Ford Ranger และ Everest ได้มีมาหลายปีแล้ว และคาดว่าจะมีการเปลี่ยนโฉมใหม่เร็วๆนี้ ล่าสุดที่ออสเตรเลีย มีการถ่ายภาพรถยนต์ใหม่ ทั้ง Ford Ranger และ Everest ได้ลงทำการทดสอบแบบพรางตัวบนถนนจริงแล้ว Ford Ranger การถ่าย Spy shot ครั้งนี้ มีออกมาจาก Car Advice ถูกถ่ายที่เมืองวิคตอเรีย, ออสเตรเลีย เผยแพร่ภาพออกมาได้ทั้ง 2 รุ่นคือ  Ford Ranger XLT, Ranger Wildtrak และ Everest ซึ่งคาดว่าจะเป็นรถยนต์ใหม่ทั้ง 3 รุ่น แต่ทั้ง 3 คันกลับถูกพรางมาเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น จึงเป็นไปได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะส่วนของด้านหน้า หรือไม่ก็เป็นการ Minor Change ครั้งสุดท้าย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะมีออพชั่นเสริมเข้ามาอีกมากมาย อาทิ – ระบบการตรวจจับด้านหน้าแบบ Radar หรือ LIDAR ใช้ทำงานร่วมกับระบบ Adaptive Cruise Control และ ระบบเบรกอัตโนมัติ autonomous emergency braking (AEB) – กล้องติดที่กระจกมองข้าง เพื่อตรวจจับคนเดินถนนและสัตว์ ทำงานร่วมกับระบบ AEB – ระบบ Keyless Entry ที่มีสวิตซ์ทุกประตู และระบบ Push Start – LED Daytime Running Light เหมือนที่ใช้บน Everest – เซ็นเซอร์ Sonar ที่มุมด้านหน้า ใช้ตรวจจับระยะในระบบช่วยจอด – กระจังหน้ารถแบบใหม่ ได้แรงบันดาลใจมาจาก Ford F-150 – ขยับขนาดของห้องโดยสารใหม่ Ford Everest ส่วนรายละเอียดเรื่องเครื่องยนต์ ยังไม่มีการเปิดเผยอะไรออกมาทั้งสิ้น จนกว่า Platform ใหม่ของทาง Ford จะเรียบร้อย แต่คาดว่าจะมีการปรับแต่งเครื่องยนต์ใหม่ให้มีความประหยัดน้ำมันมากกว่าเดิม คาดว่าจะเผยรายละเอียดและวางจำหน่ายได้ภายในปี 2018 นี้ Ford Everest Ford Ranger เครดิต car250

Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

อย่างหล่อ MR Car Design จัดเต็มเสริมความหล่อ Ford Ranger

MR Car Design เพิ่มความดุดันมากขึ้นให้กระบะสายพันธ์แกร่งอย่าง Ford Ranger ในตลาดยุโรปด้วยการเพิ่มความกว้างด้านข้าง และยกสูงขึ้นไปอีก 50 มม. 
MR Car Design 1 3
Ford Ranger รุ่นออกแบบพิเศษดังกล่าวมาพร้อมยางใหม่ขนาด 285/60 กับล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วตกแต่งด้วยสีดำทั้งโป่งล้อ การ์ดกันชนหน้า กระจังหน้า บันไดข้าง แผ่นปิดท้ายกระบะหลัง และปรับเรื่องของเสียงเครื่องยนต์ให้นิ่งลงอีกด้วย
MR Car Design 1 1

และยังมีการเสริมซอร์ฟแวร์สามารถรีดกำลังออกมาถึง 240 แรงม้า (PS) แรงบิต 560 นิวตัน-เมตร ซึ่งยังไม่ได้ระบุว่ามีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์หรือเปล่า เพาะเครื่องยนต์เดิมคือเครื่องยนต์ดีเซล 3.2 ลิตร สามารถให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร ที่ไม่ได้อัพเกรด
สำหรับรายละเอียดอื่นๆยังไม่ได้เปิดเผยใดๆ
MR Car Design 1 1MR Car Design 1 2
MR Car Design 1 5MR Car Design 1 6MR Car Design 1 7MR Car Design 1 8MR Car Design 1 9MR Car Design 1 10MR Car Design 1 11MR Car Design 1 12
เครดิต Car250
Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

Ford Ranger คว้ารางวัล APEAL และ IQS ประเภทรถกระบะรุ่นดับเบิ้ลแค็บ จาก J.D. Power

ฟอร์ด เรนเจอร์ Ford Ranger Double Cab ได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงสุดอันดับหนึ่งจากลูกค้าชาวไทย อ้างอิงจากผลการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าของ J.D. Power ตอกย้ำความนิยมและความเชื่อมั่นของเรนเจอร์ในหมู่ผู้บริโภคในตลาดรถกระบะที่มีการแข่งขันสูง

การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าต่อคุณภาพรถใหม่ Initial Quality Study หรือ IQS และการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าต่อสมรรถนะ ระบบปฎิบัติการ และการออกแบบรูปลักษณ์ของรถยนต์ Automotive Performance, Execution and Layout หรือ APEAL ในประเทศไทย ประจำปี 2559 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ พบว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นดับเบิ้ลแค็บ มีคะแนนสูงสุดในประเภทรถกระบะรุ่นดับเบิ้ลแค็บ
“เรนเจอร์ยังคงเดินหน้าสร้างความสำเร็จพร้อมตอกย้ำจุดเด่นความเป็นรถกระบะ “เกิดมาแกร่ง” และยกระดับมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมรถกระบะไทยทั้งในด้านดีไซน์ คุณภาพ ความสะดวกสบายและความประณีต” นายณรงค์ สีตลายน รองกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว
ผลการสำรวจความพึงพอใจประจำปี 2559 ทั้ง 2 รายงาน ของ เจ.ดี พาวเวอร์ ประเมินจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และรถยนต์อเนกประสงค์จำนวนทั้งสิ้น 82 รุ่น จากทั้งหมด 13 ยี่ห้อ โดยได้ศึกษาวิจัยได้จากการประเมินคำตอบของเจ้าของรถใหม่จำนวน 4,813 ราย ที่ซื้อรถในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558 ถึงเดือนกรกฎาคม 2559
เรนเจอร์คว้ารางวัล IQS
การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าต่อคุณภาพรถใหม่ (IQS) เป็นการศึกษาปัญหาคุณภาพรถยนต์ใหม่ที่เจ้าของรถยนต์ประสบในช่วง 2 – 6 เดือนแรกของการเป็นเจ้าของ โดยการศึกษานี้ได้สอบถามถึงปัญหาหรือความผิดปกติมากกว่า 200 รายการ และจัดกลุ่มปัญหาหรือความผิดปกติที่พบเป็น 8 หมวดหมู่ ได้แก่ ปัญหาภายนอกรถยนต์ ปัญหาเครื่องยนต์และระบบเกียร์ ปัญหาประสบการณ์ในการขับขี่ ปัญหาจากภายในรถยนต์ ระบบระบายอากาศและระบบแอร์ (HVAC) ปัญหาด้านเครื่องเสียง ปัญหาด้านความบันเทิงและระบบนำทาง เช่น ฟีเจอร์ ปุ่มควบคุมและแผงหน้าปัด และปัญหาจากที่นั่ง
ปัญหาทั้งหมดได้ถูกนำมาสรุปผลเป็นจำนวนปัญหาหรือความผิดปกติที่พบต่อรถยนต์ใหม่ 100 คัน (ในที่นี้ เรียกว่า PP100) โดยรถยนต์รุ่นใดที่ได้คะแนน PP100 น้อย แสดงว่ารถยนต์รุ่นนั้นมีปัญหาน้อยกว่าหรืออีกนัยหนึ่งคือรถรุ่นนั้นมีคุณภาพที่สูงกว่า
ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นดับเบิ้ลแค็บได้รับการจัดอันดับสูงสุดในประเภทรถกระบะรุ่นดับเบิ้ลแค็บ โดยมีคะแนนเพียง 81 ปัญหาต่อรถยนต์ 100 คัน ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปัญหาในประเภทรถกระบะรุ่นดับเบิ้ลแค็บที่มีมากถึง 103 ปัญหาต่อรถยนต์ 100 คัน
เรนเจอร์คว้ารางวัล APEAL
การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าต่อสมรรถนะ ระบบปฎิบัติการ และการออกแบบรูปลักษณ์ของรถยนต์ ในประเทศไทยครั้งที่ 14 (APEAL) อิงคำตอบเจ้าของรถยนต์ในประเทศไทยเป็นมาตรวัดถึงสิ่งที่ทำให้เจ้าของรถมีความพึงพอใจต่อสมรรถนะและการออกแบบรถยนต์คันใหม่ในช่วง 2 – 6 เดือนแรกของการเป็นเจ้าของ โดยการศึกษานี้ได้พิจารณาคุณลักษณะของรถยนต์เกือบ 100 คุณลักษณะ ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบของรถยนต์ 10 หมวดหมู่ ได้แก่ ตัวรถภายนอก ตัวรถภายใน พื้นที่เก็บของและพื้นที่ว่าง เครื่องเสียง/ ความบันเทิง/ ระบบนำทาง ที่นั่ง ระบบระบายอากาศ และระบบแอร์ (HVAC) สมรรถนะในการขับขี่ เครื่องยนต์/ ระบบเกียร์ ทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการขับขี่ และการประหยัดน้ำมัน ผลการศึกษาวิจัย APEAL จะถูกแสดงในรูปค่าดัชนีจากการให้คะแนน โดยมีคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน คะแนนที่สูงกว่าแสดงให้เห็นถึงความพึงพอใจที่มีมากกว่าต่อรถยนต์รุ่นนั้นๆ
ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นดับเบิ้ลแค็บได้รับคะแนนสูงสุดอยู่ที่ 923 คะแนน ซึ่งค่าเฉลี่ยในประเภทรถกระบะรุ่นดับเบิ้ลแค็บ คือ 913 คะแนน
“คะแนนความพึงพอใจของผู้บริโภคจากเจ.ดี. พาวเวอร์ เป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนจากลูกค้าที่ชื่นชอบและพึงพอใจในคุณภาพและความสะดวกสบายของฟอร์ด เรนเจอร์ ซึ่งฟอร์ดพร้อมเดินหน้าผลักดัน เรนเจอร์เพื่อสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีที่สุดในตลาดรถกระบะไทยต่อไป”
1
2
3
Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

FORD THAILAND สร้างสถิติยอดขายปี 2559 เติบโต 12% จากยอดขาย Ford Ranger และ Ford Everest ที่สูงเป็นประวัติการณ์

ฟอร์ด ประเทษไทย FORD THAILAND สร้างสถิติยอดขายปี 2559 เติบโต 12% จากยอดขาย Ford Ranger และ Ford Everest ที่สูงเป็นประวัติการณ์
Ford
· ยอดขายรวมทั้งหมดของฟอร์ดเพิ่มขึ้นกว่า 12% อยู่ที่ 40,972 คัน ซึ่งโตกว่าอัตราเฉลี่ยของอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดของฟอร์ด ประเทศไทยในปี 2559 อยู่ที่ 5.3%
· ยอดขาย All New Ford Ranger เพิ่มขึ้น 29% ทำให้มียอดขายตลอดปีทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 30,756 คัน ส่งผลให้มีส่วนแบ่งการตลาด 9.2%
· ยอดขาย All New Ford Everest เพิ่มขึ้น 42% ด้วยยอดขายรวมทั้งปี 7,111 คัน

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 16 มกราคม 2560FORD THAILAND ประกาศยอดขายประจำปี 2559 เพิ่มขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 40,972 คัน ส่งผลให้ฟอร์ดโตกว่าอัตราเฉลี่ยของตลาดยานยนต์โดยรวม และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดตลอดปีขึ้นมาอยู่ที่ 5.3% จาก 4.6% ในปี 2558
ความสำเร็จของฟอร์ดในปี 2559 มาจากยอดขาย ฟอร์ด เรนเจอร์ ตลอดปีซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นรถกระบะที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยเป็นอันดับสาม และความนิยมของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ช่วยขับเคลื่อนให้ฟอร์ด ประเทศไทย ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มสูงขึ้น รถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้ ได้ยกระดับความคาดหวังของผู้บริโภค ด้วยความหลากหลายของดีไซน์ ความสะดวกสบาย รวมทั้งเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ ภายในรถยนต์” นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย และผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย ฟอร์ด อาเซียน กล่าว
ฟอร์ด เรนเจอร์ รถกระบะเกิดมาแกร่งซึ่งผลิตขึ้นในประเทศไทย ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับตลาดรถกระบะกับยอดขายตลอดปีที่เพิ่มขึ้น 29% หรือ 30,756 คัน ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของฟอร์ด เรนเจอร์เพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 9.2 เปอร์เซ็นต์
ยอดขายฟอร์ด เรนเจอร์ในปี 2559 ที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นผลมาจากการเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นย่อยใหม่อีก 6 รุ่น นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 ซึ่งเป็นการนำฟอร์ด เรนเจอร์รุ่น XLT มาตกแต่งรูปลักษณ์ให้ดุดันและสปอร์ตมากยิ่งขึ้นพร้อมกับเพิ่มฟีเจอร์ระดับพรีเมี่ยม รวมไปถึงฟอร์ด เรนเจอร์รุ่น XL+ ซึ่งมอบตัวเลือกที่มากขึ้นสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์และการเกษตร
“ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังคงเป็นรถที่ลูกค้าชาวไทยให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าที่ชื่นชอบในเอกลักษณ์ของรถกระบะ ‘เกิดมาแกร่ง’” นางสาวยุคนธร กล่าวเสริม
ยอดขายรถยนต์อเนกประสงค์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ นั้น เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 42% เมื่อเทียบปีต่อปีและสามารถทำยอดขายได้ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,111 คัน ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดตลอดปีของฟอร์ดในเซกเมนต์นี้เพิ่มขึ้น 4.5% สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดที่ 11.7%
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เป็นรถยนต์ที่ชาญฉลาดที่สุดรุ่นหนึ่งในเซกเมนต์รถยนต์อเนกประสงค์ โดยมาพร้อมกับระบบสั่งงานด้วยเสียง ฟอร์ด ซิงค์ 3 (SYNC 3) ผนวกกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อการช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างครบครันซึ่งรวมถึงระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System) ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert) และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist)
ในปี 2559 ฟอร์ดได้มุ่งมั่นพัฒนาการมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าด้วยการริเริ่มโปรแกรมต่างๆ เช่น โปรแกรม 60 Minutes Express Service Guaranteed ซึ่งลูกค้าสามารถทำการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการตรวจเช็คระยะและตรวจเช็คสภาพทั่วไป 30 รายการผ่านระบบออนไลน์
โดยหากฟอร์ดไม่สามารถให้บริการเสร็จตามกำหนดภายในระยะเวลา 60 นาที ลูกค้าจะได้รับบริการในครั้งนั้นฟรี ลูกค้าฟอร์ดสามารถนัดเข้ารับบริการดังกล่าวได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฟอร์ด 30 แห่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยในปีนี้ ฟอร์ดตั้งเป้าขยายโปรแกรมดังกล่าวเพิ่มเติมไปยังผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศอีกด้วย
นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้ขยายเวลาทำการที่โชว์รูมและศูนย์บริการฟอร์ด 30 แห่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็น 7 วันต่อสัปดาห์
“เราวางแผนต่อยอดความสำเร็จจากปีที่แล้ว ซึ่งรวมไปถึงการเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ พร้อมยกระดับการให้บริการโดยรวมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีกับแบรนด์ฟอร์ดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง” นางสาวยุคนธร กล่าว
ปัจจุบัน ฟอร์ดมีโชว์รูมและศูนย์บริการรวม 140 แห่งทั่วประเทศ และยังมีการขยายเครือข่ายศูนย์จำหน่ายอะไหล่ (Parts Shop) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
1
2.
Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

All New Ford Ranger รถกระบะสายพันธุ์เกิดมาแกร่ง คว้ารางวัล ASEAN NCAP Grand Prix Award 2016

All New Ford Ranger ฟอร์ด เรนเจอร์ รถกระบะสายพันธุ์เกิดมาแกร่ง คว้ารางวัล ASEAN NCAP Grand Prix Award 2016 ในหมวดรถกระบะที่มอบความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ (Best Adult Occupant Protection for Pick-Up Category) โดยผ่านการประเมินสูงสุดระดับ 5 ดาวด้วยคะแนนสูงสุดในบรรดารถกระบะที่เข้าร่วมการทดสอบทั้งหมดที่ 15.45 คะแนนจากคะแนนเต็ม 16 คะแนน
ฟอร์ด เรนเจอร์เป็นรถกระบะที่ได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับมาตรฐานรถกระบะให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมายเพื่อมอบความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทางและทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control) รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงซิงค์ 3 (SYNC 3) และอื่นๆ อีกมากมาย
สำหรับประเทศไทย ฟอร์ด เรนเจอร์ถือเป็นรถรุ่นที่ขายดีที่สุดของฟอร์ดและยังติดอันดับหนึ่งในรถกระบะที่ขายดีที่สุดในเซกเมนต์ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมที่ 9% และมียอดขายถึง 23,765 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้วถึง 35.7%
Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

ฟอร์ด พัทยา เฮ ชนะเลิศการแข่งขันรางวัล ประเภทช่างเทคนิค ประจำปี 2559

ฟอร์ด ข้อเสนอพิเศษ ฟอร์ด พัทยา FORD จัดแข่งขันทักษะด้านการขายและการบริการประจำปี 2559 พัฒนาศักยภาพพนักงาน เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

เมื่อเร็วๆ นี้ FORD THAILAND จัดการแข่งขันทักษะด้านการขายและการบริการประจำปี 2559 (ครั้งที่ 16) เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการมอบประสบการณ์การบริการที่เป็นเลิศตามมาตรฐานระดับโลกให้แก่ลูกค้า พร้อมพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญของบุคลากร ณ ฟอร์ด ที เอส ออโต้ เซลส์ บางบัวทอง
นายณรงค์ สีตลายน รองกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “กลยุทธ์หลักของฟอร์ดในการพัฒนาด้านการขายและการบริการ คือ การให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นด่านแรกที่จะสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า ฟอร์ดจึงได้จัดการแข่งขันทักษะด้านการขายและการบริการให้กับพนักงานแต่ละแผนกเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าคุณภาพการขายและการบริการของเราจะได้มาตรฐานเทียบเท่ากับคุณภาพการผลิตระดับสูงของรถฟอร์ดทุกคัน”
จุดประสงค์ในการแข่งขันทักษะด้านการขายและการบริการ ประจำปี 2559 นี้ คือ การมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่าย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้แบ่งปันประสบการณ์และความรู้ร่วมกัน โดยการแข่งขันในปีนี้แบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่
1. ประเภทช่างเทคนิค ที่ทดสอบความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์รถยนต์ฟอร์ดรุ่นต่างๆ รวมถึงการซ่อมแซมและวิเคราะห์ปัญหาระบบต่างๆ ในรถยนต์ฟอร์ด
2. ประเภทที่ปรึกษาด้านงานบริการ ที่มุ่งเน้นการทดสอบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงานที่ปรึกษาด้านบริการ งานรับประกันคุณภาพ ระบบมาตรฐานงานบริการ และความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอะไหล่และการจัดส่งสินค้า
3. ประเภทที่ปรึกษาการขาย ที่จะแข่งขันด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การให้คำปรึกษาด้านการเงิน และการส่งมอบรถใหม่
4. ประเภทเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ ที่จะทดสอบด้านความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงานรับประกันคุณภาพ การบริหารค่าความพึงพอใจลูกค้า ระบบมาตรฐานงานบริการ และความรู้เกี่ยวกับการตลาดหลังการขาย
5. ประเภทผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ ที่จะแข่งทักษะด้านความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เทคนิคการทดลองขับ การส่งมอบรถยนต์ใหม่ และข้อมูลการรับประกัน
6. ประเภททีมสำหรับการบริการด่วน Express Service ที่เน้นประสิทธิภาพและความรวดเร็วของช่างเทคนิคในการให้บริการตรวจเช็คตามระยะที่รวดเร็วภายในเวลา 60 นาที
สำหรับผู้ชนะเลิศการแข่งขันทักษะในประเภทต่างๆ ประจำปีนี้ ได้แก่
คุณประพัน ภูทาวัง จาก ฟอร์ด พัทยา ท็อป คาร์ ชนะเลิศประเภทช่างเทคนิค
คุณอภิชาติ ทาวะพันธ์ จาก ฟอร์ด นิวเอร่า เซลส์ สมุทรปราการ ชนะเลิศประเภทที่ปรึกษาด้านงานบริการ
คุณธนากร มนูญเลิศกิจ จาก ฟอร์ด นีโอ พระราม 2 ชนะเลิศประเภทที่ปรึกษาการขาย
คุณไอลดา บุญพึ่ง จาก ฟอร์ด อนุภาษมอเตอร์เซลส์ ตรัง ชนะเลิศประเภทเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์
คุณวีรพล ลิขิตมั่นชัย จาก ฟอร์ด วีพี ปิ่นเกล้า ชนะเลิศประเภทผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์
ทีมฟอร์ด อเมริกัน มอเตอร์ส (เชียงใหม่ 2) ชนะเลิศประเภททีมสำหรับการบริการด่วน Express Service
“ฟอร์ดเชื่อมั่นว่าพนักงานทุกคนจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยส่งมอบความประทับใจให้แก่ลูกค้า เมื่อทุกคนได้รับการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง จะสามารถส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่น่าพึงพอใจให้แก่ลูกค้า เพื่อรองรับกับความต้องการและการเติบโตของลูกค้าในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายณรงค์ กล่าวเสริม
ฟอร์ดได้จัดการแข่งขันทักษะด้านการขายและการบริการ สำหรับพนักงานฝ่ายต่างๆ ในโชว์รูมและศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกฝนทักษะความเป็นมืออาชีพทั้งด้านการขายและให้บริการแก่ลูกค้าฟอร์ด ตลอดจนเพิ่มพูนทักษะความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการซ่อมบำรุง ทักษะการสื่อสาร และการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำผู้จำหน่ายและศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ
1
ภาพที่ 1: ฟอร์ด ประเทศไทย นำโดย นายณรงค์ สีตลายน รองกรรมการผู้จัดการ (แถวหลัง กลาง) และ นายวิชิต ว่องวัฒนาการ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบริการลูกค้า (แถวหลัง ที่ 4 จากซ้าย) จัดการแข่งขันทักษะด้านการขายและการบริการประจำปี 2559 (ครั้งที่ 16) เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการมอบบริการที่เป็นเลิศตามมาตรฐานระดับโลกให้แก่ลูกค้า พร้อมพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญของบุคลากร ณ ฟอร์ด ที เอส ออโต้ เซลส์ บางบัวทอง
2
ภาพที่ 2: ช่างเทคนิคของฟอร์ดแข่งขันการทดสอบความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์รถยนต์ฟอร์ดรุ่นต่างๆ รวมถึงการซ่อมแซมและวิเคราะห์ปัญหาระบบต่างๆ ในรถยนต์ฟอร์ด
3
ภาพที่ 3: เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ของฟอร์ดแข่งขันทักษะด้านความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงานรับประกันคุณภาพ ระบบมาตรฐานงานบริการ และความรู้เกี่ยวกับการตลาดหลังการขาย
4
ภาพที่ 4: ช่างเทคนิคของฟอร์ด ทดสอบทักษะด้านการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการซ่อมบำรุง และวิเคราะห์ปัญหาระบบต่างๆ ในรถยนต์ฟอร์ด
5
ภาพที่ 5: ทีม Express Service ของฟอร์ดแข่งขันการให้บริการที่เน้นประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการเช็คระยะภายใน 60 นาที เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่จะมาใช้บริการ
Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด ฟอร์ด โฟกัส

สวยมั้ยล่ะ ฟอร์ด โฟกัส Ford Focus RS สุดเฟี้ยว จากสำนัก ROUSH

ฟอร์ด (Ford) เปิดตัว โฟกัส อาร์เอส พลัง 500 แรงม้า พร้อมการตกแต่งแบบจัดเต็มตามสไตส์รถเรซซิ่งคาร์ จากสำนัก ROUSH
 
สำนักแต่งรถยนต์ชื่อดังอย่าง ROUSH จัดเต็มเรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดีภายในงาน SEMA กับ ฟอร์ด โฟสกัส อาร์เอส รุ่นตกแต่งพิเศษแบบจัดเต็ม ซึ่งถูกอกถูกใจผู้เข้าร่วมชมงานอย่างมาก
14939553_10154636143469795_1964614055162586171_o
Honda-Brio-Prototype-Large
14890583_10154636143564795_1803091233145527579_o
เพราะรถฟอร์ด โฟกัส เป็นรถยนต์ตลาดอีกรุ่นที่ทำตลาดได้เป็นอย่างดี การตกแต่งภายนอกสไตล์เรซซิ่ง ด้วยลิ้นหน้าใหม่ กระจังทรง RS ในส่วนของบันไดข้างสไตล์สปอร์ต กันชนหลังพร้อมดิฟฟิวเซอร์ออกแบบใหม่หมดจด
ทางด้านขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์ EcoBoost 2.3 ลิตร ที่ได้รับการโมดิฟายด์จาก ROUSH จาก 350 แรงม้า สู่แรงม้าระดับ 500 แรงม้า พร้อมทั้งการปรับแต่งกล่อง ECU ใหม่ทั้งระบบ ทำให้ อุปนิสัยรถยนต์แตกต่างไปโดยยสิ้นเชิง
เครดิต Auto Spin
Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

เตรียมความพร้อม ฟอร์ด ยกทัพรถยนต์ทุกรุ่น พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ภายในงาน Motor Expo 2016

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 24 พฤศจิกายน 2559 – ฟอร์ด เตรียมจัดแสดงรถยนต์คุณภาพระดับโลกทุกรุ่นพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2016 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2559
ณ อิมแพค เมืองทองธานี
ลูกค้าจะได้พบกับข้อเสนอและสิทธิประโยชน์มากมายจากฟอร์ดภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2016 และที่ตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
· ดาวน์เพียง 29,000 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,999 บาท ต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XL+
· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab และ Double Cab XLT
· รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99 % พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง สำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น
· รับอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมน้ำมันฟรี 10,000 บาท สำหรับฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต
· ราคาพิเศษ 999,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง สำหรับฟอร์ด โฟกัส ใหม่
ภายในบูธฟอร์ดจะมีการจัดแสดงไลน์อัพของรถกระบะสายพันธุ์ “เกิดมาแกร่ง” All New Ford Ranger รวมถึง 6 รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 ใหม่จำนวน 2 รุ่นที่มาพร้อมรูปลักษณ์แกร่งดุดัน ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ระดับพรีเมี่ยม และฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นย่อยใหม่ ในกลุ่ม XLและ XLS จำนวน 4 รุ่น ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการใช้งานได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ ฟอร์ดจะจัดแสดง All New Ford Everest รถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง แบบพรีเมี่ยม ซึ่งคว้าตำแหน่งรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี พ.ศ. 2558 ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่บึกบึน มาพร้อมสมรรถนะในการขับขี่ทั้งบนทางเรียบและทางออฟโรดอันเหนือชั้น ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมการตกแต่งภายในอย่างเหนือระดับ
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบเปิด-ปิด ไฟสูงอัจฉริยะ และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)
NEW Ford Focus มาพร้อมเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร 180 แรงม้า และแรงบิด 240 นิวตันเมตร ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและรูปทรงที่ดูทันสมัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังยกระดับการตอบสนองระหว่างการขับขี่ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น มอบความประณีต และความหรูหราเหนือระดับให้แก่รถในเซกเมนต์รถยนต์นั่งขนาดเล็กอีกด้วย
รถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่จะนำมาจัดแสดง รวมถึงรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก All New Ford EcoSportรุ่นแบล็กอิดิชั่น และ Ford Fiesta รุ่นพิเศษ แบล็ก ลิมิเต็ด โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นสามารถรองรับน้ำมัน E85
เครดิต – 9carthai
Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

ฟอร์ด วางกลยุทธ์ One Ford ครอบคลุมมาตราฐานเดียวกันทั่วโลก

ฟอร์ด วางกลยุทธ์ One Ford ครอบคลุมมาตราฐานเดียวกันทั่วโลก
การวางกลยุทธ์เป็นสิ่งที่จำเป็นของทุกบริษัทเพราะจะบอกอัตลักษณ์และตัวตนของบริษัทนั้นอย่างชัดเจน เช่น ฟอร์ตพร้อมนำนโยบาย One Ford ที่จะทำให้ผู้ใช้ง่านรถยนต์ฟอร์ตทั่วโลกได้รับมาตราฐานเดียวกัน และ สิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกัน
ทาง Ford Motor ยังทราบดีว่าแต่ละประเทศ แต่ละภูมิภาคมีความต้องการที่แตกต่างกันเกินกว่า One Ford จะครอบคลุมได้ซึ่งพวกเขาจะพัฒนาให้เหมาะสมในช่วงเวลานั้นๆ
One Ford 1
Moray Callum ผู้บริหารฝ่ายงานออกแบบ Ford Motor กล่าวว่านโยบาย One Ford รถยนต์รุ่นเดียวที่ใช้พื้นฐานร่วมกันขายเหมือนกันทั่วโลกถึงจุดสูงสุดของมันแล้วเพียงแต่ ไม่ได้ละทิ้งกลยุทธ์ One Ford เสียทีเดียว เพราะสำหรับรถรุ่นใหม่จะมีการปรับแต่งให้เข้า กับความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาคซึ่งถือว่าเป็นวิธีการพัฒนาที่เหมาะสมในช่วง เวลาของมัน
One Ford 2

 

Advertising
One Ford เป็นนโยบายตั้งแต่ปี 2008 เป็นช่วงฟอร์ต มอเตอร์ประสบวิกกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐอเมริกา ทำให้ฟอร์ตต้องรีดศักยภาพมากที่สุดในงบประมาณที่จำกัด
Next Ford Focus จะมีการใช้ปรัชญาดั้งเดิมเล็กน้อยเพราะ Ford Focus ในสายตาชาวอเมริกันมันคือรถ Entry Level หรือพวกอีโคคาร์ B-Segment ท่ีใช้งานคุ้มค่า แต่ตลาดยุโรปมองต่างกันดังนั้น ฟอร์ต โฟกัส ตลาดมะกันจึงลดออฟชั่นลง โดยยังคงหน้าตาเหมือนกันทั่วโลก
One Ford 3
สำหรับการออกแบบฟอร์ตรุ่นใหม่ๆจะใส่แนวคิด Post-Kinetic จะไม่ได้เปลี่ยนการออกแบบรถฟอร์ตในโฉมปัจจุบันมาก เพื่อรักษาชื่อเสียงและรูปลักษณ์ที่ดีเยี่ยมเอาไว้
Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด โปรโมชั่น ฟอร์ด

อัพเดทล่าสุด โปรโมชั่น ฟอร์ด ฟอร์ดทุกรุ่น -31 พฤศจิกายน นี้เท่านั้น

ฟอร์ด ข้อเสนอพิเศษ ฟอร์ด พัทยา จัดให้ โปรโมชั่น ฟอร์ดล่าสุด ฟอร์ดทุกรุ่น  -31 พฤศจิกายนนี้

ฟอร์ด เฟียสต้า

– อัตราดอกเบี้ย 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

 
ฟอร์ด เฟียสต้า

ฟอร์ด เฟียสต้า

 
 

ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต

– ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ดาวน์ 20% ผ่อนนาน 24 เดือน  ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง …พร้อมเติมน้ำมันฟรี 10,000 บาท*  ทุกรุ่น

– รับเพิ่ม ส่วนลด 20,000 บาทสำหรับข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ

หมายเหตุ: *เติมน้ำมันฟรี 10,000 บาท สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนลดในการซื้อรถฟอร์ด เอคโค่สปอร์ตทุกรุ่นได้ 

Ecosport

ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต

 
 

ฟอร์ด โฟกัส

–  ราคาพิเศษ 999,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง*

หมายเหตุ: ราคาพิเศษ 999,000 บาท (จากราคาปกติ 1,099,000 บาท) สำหรับฟอร์ด โฟกัส ใหม่ รุ่น 1.5L EcoBoost Turbo Sport AT

 

ฟอร์ด โฟกัส

ฟอร์ด โฟกัส

 
 

ฟอร์ด เรนเจอร์

Ranger Open Cab XL+

– ราคาพิเศษ 599,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,999 บาท ต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

หมายเหตุ: *คำนวณจากฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XL+  ที่ราคาพิเศษ 599,000 บาท (จากราคาปกติ 649,000 บาท) ที่ดาวน์ 15% ผ่อนนาน 84 เดือน

Ranger STD/ Open Cab XL & XLS

– ส่วนลดพิเศษ 45,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

Ranger Open Cab  XLT, Double cab  XLS & XLT

– อัตราดอกเบี้ย 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

Ranger Double cab FX4

– อัตราดอกเบี้ย 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

Ranger Wildtrak

–    ผ่อนเพียง 9,990 บาท ต่อเดือน 

หมายเหตุ: คำนวณจากฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Wildtrak  2.2L 4×2  HR AT  ที่ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 84 เดือน 

ฟอร์ด เรนเจอร์

ฟอร์ด เรนเจอร์

 
 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

–  อัตราดอกเบี้ย 1.99 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง ทุกรุ่น 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่

 

รายละเอียดโปรโมชั่น

โปรโมชั่นพิเศษเมื่อเมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่งเท่านั้น
วันนี้ – 30 พฤศจิกายน  2559 ที่โชว์รูมฟอร์ด ทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่ Call Center โทร 0-2686-5899 (กรุงเทพฯ)
หรือ โทร.1-800-225-449 (เฉพาะต่างจังหวัด และโทรจาก โทรศัพท์พื้นฐาน เท่านั้น)
บริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าฟอร์ด

: รับเพิ่ม ส่วนลด 10,000 บาท(1) สำหรับลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด และสมาชิกในครอบครัว (บิดามารดา, คู่สมรส, พี่น้องร่วมบิดามารดา และบุตร) เมื่อซื้อรถฟอร์ดทุกรุ่น ยกเว้น ฟอร์ด โฟกัส ใหม่

: รับเพิ่ม ส่วนลด 20,000 บาท(1) สำหรับลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด และสมาชิกในครอบครัว (บิดามารดา, คู่สมรส, พี่น้องร่วมบิดามารดา และบุตร) เมื่อซื้อรถฟอร์ด โฟกัส ใหม่

หมายเหตุ

(1) ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

• เงื่อนไขฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เฉพาะบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมรายการ ดังนี้ กรุงเทพประกันภัย ประกันภัยคุ้มภัย วิริยะประกันภัย แอกซ่าประกันภัย และแอลเอ็มจีประกันภัย มูลค่าประกันภัยขึ้นอยู่กับรุ่นรถและบริษัทประกันภัยที่เลือก

Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

ฟอร์ด ลงทุนเพิ่ม 6,269 ล้านบาท สยบข่าวลือ ย้ายหนีประเทศไทย !!

ฟอร์ด ข้อเสนอพิเศษ ฟอร์ด พัทยา ขอแสดงความยินดีและขอบคุณอย่างสูงกับการตัดสินใจลงทุนเพิ่มในไทย เพื่อสร้างอนาคตระยะยาว รับรองได้ว่า อนาคต จะมีรถตัวแจ่ม ๆ วิ่งในเมืองไทยแน่นวล เช่น F-150 , Mustang , Raptor เหตุผล เพราะ ไทยจะเป็นศูนย์กลาง ส่งออก ทั่วเอเชีย รวมถึงออกเตรเลีย แน่นวล อย่างยิ่งยวดครับ

 FORD เปิดสายการผลิต Ranger อย่างเป็นทางการ ณ โรงงานเอฟทีเอ็ม ระยอง

– ฟอร์ดได้เพิ่มการลงทุนจำนวน 186 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6,269 ล้านบาทในการขยายกำลังการผลิตรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เพื่อตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

– หิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เน้นย้ำบทบาทที่สำคัญของฟอร์ดในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านการผลิตรถยนต์และเป็นฐานการส่งออก

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 6 ตุลาคม 2559Ford Motor Company ประกาศเปิดสายการผลิตรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง Ford Ranger ซึ่งเป็นกระบะที่โดดเด่นที่สุดในเซ็กเมนต์อย่างเป็นทางการ ณ โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง หรือ เอฟทีเอ็ม ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีอยู่สูงมากทั่วภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

ทั้งนี้ ฟอร์ดยังคงมีการผลิตกระบะเรนเจอร์ ที่โรงงานร่วมทุนออโต้ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย หรือ เอเอที ซึ่งจะยังคงเป็นโรงงานหลักในการผลิตรถฟอร์ด เรนเจอร์เพื่อส่งออกในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

จากที่มีการคาดการณ์ว่าโรงงานเอเอทีจะดำเนินการผลิตใกล้เต็มกำลังการผลิตในอนาคตอันใกล้นี้ ฟอร์ดจึงได้ลงทุนจำนวน 186 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6,269 ล้านบาทที่โรงงานเอฟทีเอ็มเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตรถกระบะเพิ่มเติม

ฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นรถกระบะที่ขายดีที่สุดของฟอร์ดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก รวมถึงเป็นรถกระบะที่ขายดีที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ เวียดนาม ไต้หวัน กัมพูชา และเมียนมาร์ และเป็นรถกระบะที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับสองในประเทศออสเตรเลีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

ฟอร์ด เรนเจอร์ ครองอันดับรถกระบะที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับสามในประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในเซ็กเมนต์รถกระบะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ไปเมื่อปี พ.ศ. 2554 โดยฟอร์ดมีส่วนแบ่งการตลาดรถกระบะในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาสูงกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดที่ฟอร์ดเคยมีมา

“การเพิ่มกำลังการผลิตรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ จะช่วยให้ฟอร์ดสามารถตอบรับความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่มากทั่วทั้งภูมิภาคได้” มร. มาร์ค คอฟแมน ประธานฟอร์ด อาเซียน กล่าว “การลงทุนเพิ่มที่โรงงานเอฟทีเอ็มยังช่วยเน้นย้ำความมั่นใจที่เรามีต่อประเทศไทยในระยะยาว รวมถึงความมั่นใจในคุณภาพรถยนต์ระดับโลกจากพนักงานของเรา”

ในประเทศไทย ฟอร์ดเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์ที่มีการลงทุนมากที่สุด โดยได้ลงทุนกว่า 2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9.45 หมื่นล้านบาท ทั้งในโรงงานที่ฟอร์ดเป็นเจ้าของทั้งหมดและแบบร่วมทุน นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้สร้างงานให้แก่พนักงานกว่า 10,000 คนในประเทศไทย

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ กล่าวว่า “ ในนามของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ขอแสดงความยินดีกับ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ในโอกาสสำคัญครั้งนี้ฟอร์ดนับเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดิฉันเชื่อมั่นว่าก้าวย่างที่สำคัญของฟอร์ดในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการผลิตและการส่งออกรถยนต์ของภูมิภาค”

ทั้งนี้ ฟอร์ดได้เปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ในปีที่ผ่านมา โดยได้แนะนำความสะดวกสบายและความประณีตอีกระดับสู่เซ็กเมนต์รถกระบะโดยไม่ละทิ้งความเป็นรถกระบะสายพันธุ์ “เกิดมาแกร่ง”

ด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาดครบครันผสมผสานกับสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดและประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมรถกระบะไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการออกแบบ ความสะดวกสบายและความประณีต

ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังคงเป็นรถกระบะที่เปี่ยมสมรรถนะที่สุดในบรรดารถกระบะระดับเดียวกัน โดยมาพร้อมความสามารถเหนือชั้นไม่ว่าจะเป็น ความสามารถในการลุยน้ำลึกถึง 800 มิลลิเมตรและส่วนของพื้นรถที่ยกสูงถึง 230 มิลลิเมตร ที่ได้รับการออกแบบและคิดค้นทางวิศวกรรมให้สามารถฝ่าฝันการขับขี่บนทุกสภาพถนนอย่างง่ายดาย

รถกระบะที่ชาญฉลาดที่สุด
ฟอร์ด เรนเจอร์ มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยแบบครบครันเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงการเชื่อมต่อและง่ายต่อการควบคุม

ระบบสั่งงานด้วยเสียงภายในรถยนต์ ฟอร์ด ซิงค์ ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้คำสั่งเสียงเพื่อควบคุมระบบความบันเทิงและระบบปรับอากาศภายในรถยนต์ โดยมาพร้อมหน้าจอทัชสกรีนซึ่งจอแสดงคำสั่งการใช้งานแต่ละเมนูแยกสีต่างกัน ทำให้การใช้งานเมนูง่ายดายยิ่งขึ้น
สัญญาณเซ็นเซอร์ช่วยจอดหน้าหลัง (Front and Rear Park Assist) ใช้อุปกรณ์เซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางขณะจอดรถ และส่งสัญญาณเสียงเตือนเมื่อรถเข้าใกล้สิ่งกีดขวางดังกล่าวที่ความเร็วต่ำ โดยกล้องมองหลังจะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นด้านท้ายรถอย่างชัดเจน ทำให้สามารถจอดรถหรือเตรียมการพ่วงรถได้อย่างมั่นใจ
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program) พร้อมระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (Rollover Mitigation) และระบบลดอาการส่ายขณะลากจูงเทรลเลอร์ (Trailer Sway Control) ช่วยให้รถอยู่ในความควบคุมเสมอแม้ในสภาวะการขับขี่ที่ท้าทาย
ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะอื่นๆ อาทิ
o ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับรถบนทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ
o ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) ที่ช่วยควบคุมการขับลงเขาที่เสริมแรงเบรกในระดับความเร็วต่อเนื่อง
o ระบบควบคุมการบรรทุก (Adaptive Load Control) ช่วยรักษาระบบควบคุมการทรงตัว ตามน้ำหนักของสัมภาระ
o ระบบเบรกฉุกเฉิน (Emergency Brake Assistance) ซึ่งจะส่งน้ำหนักไปที่ระบบเบรกเพื่อเพิ่มพลังในการเบรกเมื่อผู้ขับขี่ต้องเบรกกะทันหันในสถานการณ์ฉุกเฉิน

Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด โปรโมชั่น ฟอร์ด

อัพเดทล่าสุด โปรโมชั่น ฟอร์ด ทุกรุ่น วันนี้ -31 ตุลาคมนี้ เท่านั้น

พิเศษสุด ฟอร์ด ข้อเสนอพิเศษ ฟอร์ด พัทยา เพียงทดลองขับรถฟอร์ดทุกรุ่นที่โชว์รูมฟอร์ด ลุ้นรับ iPad Pro* และ จองรถฟอร์ดรุ่นใดก็ได้ ลุ้นส่วนลด 1 แสนบาท** ตลอดเดือน ต.ค. รวมมูลค่าของรางวัล 11 ล้านบาท พิเศษ!! จองรถระหว่างวันที่ 14-16 ต.ค. ลุ้นรับรางวัลใหญ่ ส่วนลดมูลค่า 1 ล้านบาท***

ฟอร์ด เฟียสต้า

– อัตราดอกเบี้ย 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

 ฟอร์ด เฟียสต้า

ฟอร์ด เฟียสต้า

 
 

ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต

– ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ดาวน์ 20% ผ่อนนาน 24 เดือน  ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง …พร้อมเติมน้ำมันฟรี 10,000 บาท*  ทุกรุ่น

– รับเพิ่ม ส่วนลด 20,000 บาทสำหรับข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ

หมายเหตุ: *เติมน้ำมันฟรี 10,000 บาท สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนลดในการซื้อรถฟอร์ด เอคโค่สปอร์ตทุกรุ่นได้ 

Ecosport

ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต

 
 

ฟอร์ด โฟกัส

– ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ดอกเบี้ย 1.79% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง รับเพิ่ม ส่วนลด 20,000 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด และสมาชิกในครอบครัว (บิดามารดา, คู่สมรส, พี่น้องร่วมบิดามารดา และบุตร)

– ส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท (สำหรับฟอร์ด โฟกัสทุกรุ่น ยกเว้นฟอร์ด โฟกัส ใหม่) 

ฟอร์ด โฟกัส

ฟอร์ด โฟกัส

 
 

ฟอร์ด เรนเจอร์

Ranger Open Cab XL+

– ราคาพิเศษ 599,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,999 บาท ต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

หมายเหตุ: *คำนวณจากฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XL+  ที่ราคาพิเศษ 599,000 บาท (จากราคาปกติ 649,000 บาท) ที่ดาวน์ 15% ผ่อนนาน 84 เดือน

Ranger STD/ Open Cab XL & XLS

– ส่วนลดพิเศษ 45,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

Ranger Open Cab  XLT, Double cab  XLS & XLT

– อัตราดอกเบี้ย 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

Ranger Double cab FX4

– อัตราดอกเบี้ย 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

Ranger Wildtrak

–    ผ่อนเพียง 9,990 บาท ต่อเดือน 

หมายเหตุ: คำนวณจากฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Wildtrak  2.2L 4×2  HR AT  ที่ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 84 เดือน 

ฟอร์ด เรนเจอร์

ฟอร์ด เรนเจอร์

 
 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

–  อัตราดอกเบี้ย 1.99 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง ทุกรุ่น 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่

 

รายละเอียดโปรโมชั่น

โปรโมชั่นพิเศษเมื่อเมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่งเท่านั้น
วันนี้ – 30 พฤศจิกายน  2559 ที่โชว์รูมฟอร์ด ทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่ Call Center โทร 0-2686-5899 (กรุงเทพฯ)
หรือ โทร.1-800-225-449 (เฉพาะต่างจังหวัด และโทรจาก โทรศัพท์พื้นฐาน เท่านั้น)
บริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าฟอร์ด

: รับเพิ่ม ส่วนลด 10,000 บาท(1) สำหรับลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด และสมาชิกในครอบครัว (บิดามารดา, คู่สมรส, พี่น้องร่วมบิดามารดา และบุตร) เมื่อซื้อรถฟอร์ดทุกรุ่น ยกเว้น ฟอร์ด โฟกัส ใหม่

: รับเพิ่ม ส่วนลด 20,000 บาท(1) สำหรับลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด และสมาชิกในครอบครัว (บิดามารดา, คู่สมรส, พี่น้องร่วมบิดามารดา และบุตร) เมื่อซื้อรถฟอร์ด โฟกัส ใหม่

หมายเหตุ

(1) ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

• เงื่อนไขฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เฉพาะบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมรายการ ดังนี้ กรุงเทพประกันภัย ประกันภัยคุ้มภัย วิริยะประกันภัย แอกซ่าประกันภัย และแอลเอ็มจีประกันภัย มูลค่าประกันภัยขึ้นอยู่กับรุ่นรถและบริษัทประกันภัยที่เลือก

ทดลองขับรถฟอร์ดทุกรุ่นที่โชว์รูมฟอร์ด ลุ้นรับ iPad Pro* และ จองรถฟอร์ดรุ่นใดก็ได้ ลุ้นส่วนลด 1 แสนบาท** ตลอดเดือน ต.ค. รวมมูลค่าของรางวัล 11 ล้านบาท พิเศษ!! จองรถระหว่างวันที่ 14-16 ต.ค. ลุ้นรับรางวัลใหญ่ ส่วนลดมูลค่า 1 ล้านบาท***

เงื่อนไขการจับรางวัล

* สำหรับลูกค้าที่ทดลองขับรถฟอร์ดทุกรุ่น ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค.59 โดยหลังจากการทดลองขับ ลูกค้าจะต้องกรอกข้อมูลเพื่อลงทะบียนเข้าร่วมกิจกรรมในระบบหน้าจอสัมผัส EWS ณ โชว์รูมฟอร์ด ให้ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อลุ้นรับ iPad Pro 32 GB Wi-Fi + Cellular 9.7 นิ้ว รางวัลละ 27,900 บาท จำนวน 124 เครื่อง รวมมูลค่า 3,459,600 บาท

** สำหรับลูกค้าที่จองรถฟอร์ดทุกรุ่น ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ (ยกเว้นผู้ที่ทำการจอง และออกรถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่น เช่น รถ Display และรถขาย Fleet) (ค่าธรรมเนียมการจอง 5,000 บาท) ตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค. 59 และออกรถดังกล่าวภายในวันที่ 30 พ.ย. 59 เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนด บริษัทจะทำการพิมพ์ ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ แล้วตัดเป็นชิ้นส่วนนำมาจับรางวัลตามวันและเวลาที่กำหนด เพื่อลุ้นรับส่วนลดในการซื้อรถฟอร์ดมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 80 รางวัล รวมมูลค่า 8,000,000 บาท – รวมจำนวนของรางวัลตลอดรายการ 204 รางวัล มูลค่าทั้งสิ้น 11,459,600 บาท

*** สำหรับลูกค้าที่จองรถฟอร์ดทุกรุ่น ในกิจกรรมงาน “YES YEAR END SALE” ระหว่างวันที่ 14-16 ต.ค. 2559 ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ และออกรถดังกล่าวภายใน วันที่ 30 พ.ย. 59 ลุ้นรับ ส่วนลดในการซื้อรถฟอร์ด 1,000,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

– จับรางวัลทั้งหมด วันที่ 7 พ.ย. 59 ภายในเวลา 18.00 ณ บริษัท ลัคกี้วันกรุ๊ป จำกัด เลขที่ 3/16 ถนนสนามบินน้ำ ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 และประกาศผลผู้โชคดีวันที่ 9 พ.ย. 59 ผ่าน www.ford.co.th และ www.facebook.com/FordThailand

– ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจะต้องมารับของรางวัลด้วยตนเอง ที่ศูนย์บริการที่ทำการลงชื่อจองรถไว้

– ผู้โชคดีจะต้องเป็นผู้มีชื่อในใบจองรถยนต์ และออกรถจากศูนย์บริการที่ทำการลงชื่อจองรถไว้เท่านั้น

– ผู้โชคดีที่ถอนจองหรือไม่ได้ออกรถภายในกำหนดเวลาข้างต้น จะไม่มีสิทธิ์ในการรับรางวัล

– ผู้โชคดีไม่สามารถโอนสิทธิ์ในการรับรางวัลหรือสิทธิ์การจองรถยนต์ให้บุคคลอื่นได้ และของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

– ผู้ได้รับรางวัลจะต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัล

หมายเหตุ : 

1. สำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยมูลค่าต่ำสุดอยู่ที่ 24,629 บาท จากแอลเอ็มจีประกันภัย

2. สำหรับฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ทุกรุ่น ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ดาวน์ 20% ผ่อนนาน 24 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยมูลค่าต่ำสุดอยู่ที่ 20,375 บาท จากประกันภัยคุ้มภัย พร้อมบัตรเติมน้ำมันฟรี 10,000 บาท – บัตรเติมน้ำมันฟรี 10,000 บาท สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนลดในการซื้อรถฟอร์ด เอคโค่สปอร์ตทุกรุ่นได้

3. สำหรับฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยมูลค่าต่ำสุดอยู่ที่ 25,893 บาท จากแอกซ่าประกันภัย

4. สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ ดาวน์เพียง 29,000 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,999 บาท ต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยมูลค่าต่ำสุดอยู่ที่ 20,373 บาท จากแอกซ่าประกันภัย (คำนวณจากฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XL+ ราคาพิเศษ 599,000 บาท ที่ดาวน์ 15% ผ่อนนาน 84 เดือน)

– เงื่อนไขฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เฉพาะบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมรายการ ดังนี้ กรุงเทพประกันภัย ประกันภัยคุ้มภัย วิริยะประกันภัย แอกซ่าประกันภัย และแอลเอ็มจีประกันภัย มูลค่าประกันภัยขึ้นอยู่กับรุ่นรถและบริษัทประกันภัยที่เลือก และเมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง เท่านั้น

– บริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของแคมเปญ YES YEAR END SALE และข้อเสนอพิเศษโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

รถรุ่นใหม่? พ่นกันสนิมยังจำเป็นอยู่มั้ย ฟอร์ด ข้อเสนอพิเศษ ฟอร์ด พัทยา หาคำตอบมาให้แล้ว

ฟอร์ด ข้อเสนอพิเศษ ฟอร์ด พัทยา พ่นกันสนิม หาข้อมูลสำคัญ เรื่องการพ่นกันสนิมมาให้แล้วครับ #เกริ่นก่อนนะครับ โดยส่วนตัวทางเซลล์ไม่แนะนำให้ลูกค้า ฟอร์ด ที่กำลังจะออกรถใหม่ พ่นกันสนิมเพิ่มเช่นกัน เนื่องจากมีการพ่นจากโรงงานแล้ว แต่จะแนะนำลูกค้าหากต้องการพ่นเพิ่มจริง ๆ จะแนะนำให้หลังการใช้งานรถ 1 ปี ขึ้นไป เหตุผล เพราะการพ่นกันสนิมเพิ่มนั้น จะมีการถอดล้อรถเราออก อยากให้ลูกค้าทุกท่านจดจำความรู้สึกที่ดีของรถใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งออกจากโรงงานมามากกว่าครับ

 

รู้จักรถกันบ้าง ขบวนการป้องกันสนิม (หนังสือยานยนต์)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Chrysler Group LLC สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

          หากเป็นเมื่อก่อนปัญหาเรื่องสนิมจะเป็นที่หวาดกลัวของผู้เป็นเจ้าของรถมาก ทำให้บริษัทรับพ่นกันสนิมเจริญรุ่งเรืองใหญ่โตต่างกับตอนนี้ที่ดูเหมือนเจ้า ของรถจะลืมเลือนเรื่องสนิมไปแล้ว จะมีบางส่วนเท่านั้นที่เคยผจญกับสนิมมานักต่อนัก เลยยังมีการถามหาเรื่องพ่นกันสนิมอยู่บ้าง

          สาเหตุที่รถยุคหลังห่าง ไกลจากการถามหาของสนิม เป็นเพราะมีขบวนการป้องกันสนิมที่ดี สามารถรักษาให้รถปลอดสนิมได้เป็นเวลานาน โดยบ้านเราเริ่มมีการป้องกันสนิมเมื่อประมาณปี 1982 แต่บริษัทรถบางบริษัทยังใช้งานขบวนการพ่นกันสนิมจากบริษัทรับพ่นป้องกันสนิม อยู่เลย เพิ่งจะมาจริงจังเอาเมื่อประมาณปี 1996 นี่เอง โดยทั่วไปรถยุคนี้ถ้าไม่เอารถไปชนนุ่นชนนี่ หรือมีรอยขีดข่วนที่ลึกถึงเนื้อเหล็กซะก่อน ก็มักไม่มีปัญหาเรื่องถูกสนิมถามหา คราวนี้ลองมาดูกันว่าส่วนใหญ่ทางบริษัทรถเค้ามีขบวนการป้องกันสนิมกันอย่าง ไร และหลังจากที่เราซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาแล้ว เราจำเป็นต้องพ่นกันสนิมอีกหรือเปล่า…??!!

           สนิมถามหา

          เจ้าสนิมที่เกิดขึ้นมานั้น มันเป็นเรื่องของปฏิกิริยาทางไฟฟ้าเคมี ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมตัวของออกซิเจนกับเหล็ก โดยมีตัวแสบคือ เจ้าความชื้นเป็นหัวหน้าชักนำ เริ่มขึ้นเมื่อหยดน้ำสัมผัสกับเนื้อเหล็ก ในตอนแรกหยดน้ำยังใสอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่ไม่ช้าไม่นานเท่าไหร่นักออกซิเจนที่ปะปนอยู่ในน้ำกับเหล็กจะเริ่มรวมตัว กัน ก่อให้เกิดเป็นอ๊อกไซด์ของเหล็ก หรือเจ้าสนิมขึ้นมา

          คราวนี้หยดน้ำจะเปลี่ยนเป็นสีแดง พอหยดน้ำมีการระเหยหายไปกับอากาศ จะหลงเหลือเป็นคราบสีแดงติดค้างอยู่บนผิวเหล็กต่อจากนั้นเจ้าสนิมจะขยายตัว ลามต่อไปเรื่อย ๆ แม้ตอนนั้นจะไม่มีความชื้นเข้ามายุ่งเกี่ยวแล้วก็ตาม สาเหตุก็เพราะเจ้าสนิมนั้นสามารถช่วยให้ความชื้นที่มีอยู่ในอากาศรวมตัวเข้า กันได้ ไม่ว่าจะมีมากหรือน้อยสักแค่ไหน เจ้าสนิมมันจะดูดเอาความชื้นมาเก็บสะสมไว้

          ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็น ต้องป้องกันสนิมกันตั้งแต่แรก ถ้าปล่อยให้เกิดสนิมขึ้นมาแล้ว มันจะลุกลามเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การป้องกันสนิมนั้นยังไม่ใช่ของลำบาก โดยใช้วิธีป้องกันอย่าให้เหล็กเจอกับน้ำหรือออกซิเจนเท่านั้น จากการหาอะไรมาเคลือบทับผิวเหล็กเอาไว้ แต่ถ้าเกิดสนิมถามหาขึ้นเมื่อไหร่ คราวนี้จะหยุดยั้งหรือป้องกันการลุกลามนั้นเป็นเรื่องยากแล้ว

a83

           ขบวนการป้องกันสนิม

          ทั้งคนทำรถขายและคนซื้อรถมาใช้มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ไม่อยากให้รถถูกสนิมกัดกิน ทางบริษัทรถจึงสรรหาวิธีและขบวนการต่าง ๆ มาช่วยปกป้องตัวรถให้ห่างไกลจากสนิม หรือมีความสามารถในการต่อด้านสนิมได้นานที่สุด เรื่องการป้องกันสนิมถามหา ทางบริษัทผู้ผลิตรถลงทุน และลงแรงไปไม่น้อย เพื่อให้มีผลในการปกป้องสนิมสูงที่สุด ซึ่งมีวิธีการ และขั้นตอนหลายอย่าง เรื่องของรายละเอียดและเทคโนโลยีก็แตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท สำหรับส่วนใหญ่แล้วโดยทั่วไปมักจะมีขั้นตอนดังนี้

           ขบวนการกำจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน และการเคลือบสารเคมี

          อันดับแรกขงการป้องกันสนิมโครงสร้างตัวรถ จะต้องผ่านขบวนการกำจัดสิ่งสกปรกและน้ำมัน จากชิ้นส่วนของตัวรถ ที่มีการเคลือบสารกันสนิมมาก่อนการประกอบ ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายใน วิธีการนั้นเค้าจะจับเอาโครงสร้างรถจุ่มลงไปในบ่อน้ำยาเคมี ซึ่งจะมีอุณหภูมิประมาณ 35-60 องศาเซลเซียส เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกและคราบน้ำมันต่าง ๆ ออกให้หมด เพื่อให้ผิวงานมีความสะอาด มิฉะนั้นอาจสร้างปัญหาในการพ่นสีภายหลัง เช่น ทำให้สีไม่ติดผิวงานเกิดการหลุดล่อนในภายหลังได้

          หลังจากชำระคราบไคล สิ่งสกปรกเรียบร้อยแล้ว ก็นำไปทำความสะอาดอีกครั้งด้วยน้ำบริสุทธิ์ (DI-Water) เพื่อเป็นการล้างน้ำยาเคมีที่ติดผิวงานมา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการฉีดพ่นโดยอาศัยแรงดันของน้ำช่วยขจัดสิ่งไม่พึงประสงค์ ออกไป

          สำหรับบางบริษัทที่ต้องการให้ตัวถังมีความทนทานต่อการกัดกร่อน และป้องกันการเกิดสนิมได้ดีเป็นพิเศษ มักใช้ชิ้นส่วนที่ผ่านการชุบกัลวาไนซ์ (Electrolytically Galvanised)

           การชุบฟอสเฟต

          ลำดับต่อไปเป็นการส่งไปชุบสารฟอสเฟต โดยเจ้าสารฟอสเฟตจะจับตัวเป็นผลึกเคลือบบนผิวเหล็กอย่างแน่นหนา เจ้าผิวผลึกฟอสเฟตเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยให้เนื้อสีเกาะตัวดียิ่งขึ้น และช่วยปกป้องการเกิดอ๊อกไซด์ของเหล็กหรือเกิดสนิมบนผิวเหล็ก แล้วก็ต้องส่งไปอบด้วยความร้อนอีก เพื่อกำจัดความชื้นไม่ให้หลงเหลือตกค้างอยู่ตามผิวงาน หรือซอกมุมต่าง ๆ

           การชุบเคลือบด้วยกระแสไฟฟ้า

          เมื่อโครงสร้างตัวถังถูกชุบฟอสเฟตและไล่ความชื้นออกไปหมดแล้ว จะถูกส่งไปยังขบวนการชุบเคลือบผิวตัวถังด้วยสี โดยการจุ่มตัวถังลงในบ่อสีโดยใช้กระแสไฟฟ้าเป็นตัวชักนำ จุดประสงค์เพื่อให้สีเข้าไปยืดเกาะได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นซอกเล็กมุมน้อยใด ๆ ก็ตาม อันเป็นการป้องกันการเกิดสนิมในมุมอับต่าง ๆ ซึ่งการพ่นหรือแม้แต่การจุ่มสีแบบธรรมดา สีอาจจะเข้าไปได้ไม่ทั่วถึง จึงต้องอาศัยไฟฟ้าเป็นตัวชักนำแทน นอกจากนี้ยังทำให้ชั้นสีที่เคลือบทับมีความหนาสม่ำเสมอ พอเสร็จจากขบวนการจุ่มสีก็ต้องนำมาอบสีให้แห้ง ด้วยอุณหภูมิประมาณ 150 องศาเซลเซียส สักครึ่งชั่วโมง เมื่อแห้งดีแล้วก็จะมีสีเคลือบอยู่บนโครงสร้างรถหนาประมาณ 40 ไมครอน อันเป็นมาตรฐานที่นิยมใช้กันทั่วไป

a84

           การพ่นสีรองพื้น

          ต่อจากนั้นก็เข้าสู่ขบวนการพ่นสีรองพื้น ซึ่งจะเป็นการเตรียมผิวงานให้เรียบร้อยก่อนมีการลงมือพ่นสีจริง และเจ้าสีรองพื้นนี้ยังมีส่วนช่วยให้ประสิทธิภาพในการป้องกันสนิมมีมากขึ้น พอพ่นสีรองพื้นเสร็จเรียบร้อย ก็เข้าสู่ขบวนการทำสีให้แห้งด้วยจากอบด้วยความร้อน เพราะหากขืนรอให้สีแห้งเองคงไม่ทันกิน ดีไม่ดีเกิดมีฝุ่นละอองปลิวมาติดผิวสีอีกมันจะยุ่ง สำหรับการอบสีรองพื้นนั้นมักจะใช้อุณหภูมิประมาณ 150 องศาเซลเซียส และใช้เวลาราว ๆ ครึ่งชั่วโมง เช่นเดียวกันกับการอบสีหลังจากการชุบเคลือบสี

           การพ่นใต้ท้องรถด้วยสาร PVC

          พอสีรองพื้นแห้งดีแล้วจะถูกส่งไปพ่นพวกสาร PVC บริเวณพื้นด้านล่างตัวถังรถ แล้วนำไปอบให้แข็งตัว เพื่อเป็นการป้องกันการกัดกร่อน และเกิดการกะเทาะหลุดล่อน อันอาจเกิดจากการกระทบกระแทกจากเศษหิน หรือสิ่งอื่นที่กระเด็นขึ้นมากระทบใต้ท้องรถ อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดเสียงดังจากใต้ท้องรถได้อีกส่วน

           การพ่นสีจริง

          การพ่นสีจริงทับลงไปบนสีรองพื้นที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว นอกจากเพื่อให้สวยงามดูดีแล้ว ยังมีผลให้การยึดเกาะของสีจริงจับแน่นไม่หลุดง่าย และไม่จำเป็นต้องพ่นสีหนาจนเกินไป ส่วนใหญ่จะมีความหนาอยู่ระหว่าง 120-150 ไมครอน การพ่นนั้นจะพ่นทั่วทั้งคันไม่ว่าจะเป็นภายนอก ภายในตามจุดและซอกมุมต่าง ๆ สำหรับการพ่นสีจริงนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ชั้นด้วยกัน คือ

           สี Base Coat

          สี Base Coat หรือตัวสีจริงจะได้รับการพ่นเป็นชั้นแรกคือ พ่นก่อนและอยู่ชั้นใน ซึ่งสีจริงนั้นมีด้วยกันหลายอย่างแล้วแต่ทางบริษัทรถจะเลือกใช้ เช่น สี Solid ที่เป็นสีพื้น ๆ หรือสีธรรมดาทั่วไป และสี Metallic ที่มีพวกผงโลหะผสมอยู่ ซึ่งบ้านเราเรียกนิยมเรียกกันว่า สีบรอนซ์ เพื่อให้เกิดความแวววาวเพิ่มขึ้น เมื่อโดนแสงแดดหรือแสงไฟในตอนกลางคืน

a85

           สี Clear Coat

          พวกสี Clear Coat จะใช้พ่นหรือเคลือบทับลงบนสี Base Coat อีกชั้น ให้เป็นเสมือนเกราะป้องกันหรือคุ้มครอง สี Base Coat เพราะเนื้อของสี Base Coat นั้น มีความอ่อนนุ่มเกินไป ไม่สามารถทนทานต่อการขูดขีด ทำให้เป็นรอยง่าย เกิดการซีดจางได้เร็ว รวมทั้งความเงางามก็มีน้อย ที่เราเห็นว่าสีรถมีความเงางาม มีความสดใสดูใหม่อยู่เสมอ และทนทานต่อรอยขูดขีดนั้น เป็นฝีมือของเจ้าสี Clear Coat นั่นเอง ดังนั้นจึงไม่ควรขัดสีกันบ่อยเกินไป เพราะถ้าสี Clear Coat หลุดลอกหมดไปเมื่อไหร่ก็เท่ากับหมดการคุ้มครอง ทำให้สีรถเป็นรอย สีด้าน และซีดจางได้อย่างรวดเร็ว

           การพ่นแว็กซ์

          ในรถบางยี่ห้อนั่นอาจมีการพ่นแว็กซ์เพิ่มเติม เป็นประเภท Anti-Rust Wax ที่มีคุณสมบัติในด้านป้องกันสนิม ซึ่งมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ

           Inner Wax

          มีลักษณะเป็นของเหลวข้น ซึ่งจะแข็งตัวได้ภายในเวลา 48 ชั่วโมง แต่ก็ไม่แข็งมากจนกลายเป็นของแข็งยังคงมีความนิ่มและยืดหยุ่นตัวได้บ้างเล็ก น้อย เค้าจะใช้แว็กซ์ประเภทนี้สำหรับการพ่นในมุมอับต่าง ๆ ของตัวถังรถ เช่น แถวฝา กระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง ภายในบานประตู ช่องขอบแนวบันได

           Heavy Wax

          มีลักษณะเป็นของเหลวคล้ายน้ำมันสีดำจะแข็งตัวได้ภายใน 48 ชั่วโมง แว็กซ์ชนิดนี้เค้าใช้พ่นในส่วนของใต้ท้องรถ ตลอดจนชิ้นส่วนด้านล่าง เช่น พื้นใต้ท้องรถ บริเวณได้บังโคลน หรือุดช่วงล่างบางจุด เพื่อให้มันทำหน้าที่ป้องกันเศษหิน ทราย หรือของแข็งต่าง ๆ มากระทบ ซึ่งอาจทำให้เสียหายและมีสนิมเกิดขึ้น

          จากขบวนการต่าง ๆ ในการป้องกันสนิมของทางบริษัทรถจัดว่าเพียงพอต่อการป้องกันสนิมแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องไปพ่นกันสนิมเพิ่มเติมอีก ยกเว้นจะเป็นการใช้งานในกรณีพิเศษ เช่นใช้รถอยู่แถวเมืองชายทะเล หรือต้องใช้รถบนทางลูกรัง และเส้นทางที่อุดมไปด้วยสะเก็ดหินเป็นประจำ หรือพวกรถที่ผ่านการปะผุทำสี และรถที่ต้องทำสีจากอุบัติเหตุ ก็อาจต้องมีรายการพ่นกันสนิมเพิ่มเติม ซึ่งมักจะเป็นพวก Anti-Rust Wax ไม่ว่าจะเป็น Inner Wax หรือ Heavy Wax ก็ตาม

          แต่สิ่งที่ควรระวังคือการเจาะตัวถังเพื่อพ่นสนิม และเป็นการระบายไอของสารเคมีเมื่อจอดรถตากแดดแล้วถูกความร้อน สนิมอาจถามหาจากเจ้ารอยเจาะเหล่านี้เอง นอกจากนั้นต้องมีความรู้ในเรื่องของรถรุ่นนั้น ๆ ด้วย เพราะอาจมีเซ็นเซอร์ซุกไว้ตามซอกมุมหรือในบานประตู ถ้าใช้น้ำยากันสนิมพ่นทับ เซ็นเซอร์อาจไม่ทำงาน แล้วก่อให้รถเกิดการเสียหายได้

ขอบคุณข้อมูลจาก
หนังสือยานยนต์
ปีที่ 46 เล่มที่ 578 กรกฎาคม 2557

Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

แกร่งอยู่แล้ว ฟอร์ด เรนเจอร์ กับเส้นทางสุดโหด บรรทุกหนัก (มีวีดีโอ)

ฟอร์ด ข้อเสนอพิเศษ ฟอร์ด พัทยา จัดให้ ตอกย้ำความแจ่ม ของ ฟอร์ด เรนเจอร์

Ford ปล่อยบททดสอบสุดท้ายของสารคดีออนไลน์ชุด ‘เกิดมาแกร่ง’ เพื่อทดสอบทุกแง่มุมความแกร่งของ Ford Ranger ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนชื้น เส้นทางสุดหฤโหด พร้อมน้ำหนักบรรทุกและลากหนักเต็มพิกัดอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทีมวิศวกรพิสูจน์ความแกร่งของ Ford Ranger

          “เราออกแบบให้การทดสอบนี้สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมการใช้งานในเส้นทางจริงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ในแต่ละส่วนของการทดสอบจะสะท้อนสภาวะการใช้งานจริงที่แตกต่างกันของผู้ขับขี่ และเพื่อพิสูจน์ว่าFord Ranger พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายได้อย่างแท้จริง” วินซ์ โกวเวอร์ วิศวกรฟอร์ด ผู้ดูแลการทดสอบและพัฒนา Ford Ranger ที่สนามทดสอบ ประเทศออสเตรเลีย กล่าว

          ตลอดความยาว 6.5 กิโลเมตรกับเส้นทางทดสอบในป่าที่ขึ้นชื่อทั้งในเรื่องความชัน หลุมบ่อที่คาดไม่ถึง และผิวเส้นทางที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งโคลน พื้นหญ้า และหินลูกรัง ซึ่ง Ford Ranger ต้องเผชิญกับเส้นทางที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ พร้อมๆ ไปกับน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา มีเพียงการแวะจุดพักเพื่อเปลี่ยนคนขับ เติมน้ำมัน และเพิ่มน้ำหนักบรรทุกเท่านั้น

          Ford Ranger เริ่มต้นการทดสอบรอบแรกโดยไม่บรรทุกสิ่งของใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้สามารถวิ่งด้วยความเร็ว หลังจากนั้น ทีมวิศวกรจึงเริ่มบรรทุกกล่องสินค้าลงบนกระบะท้าย ก่อนจะต่อรถพ่วงและเพิ่มน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ และในช่วงท้ายของบททดสอบ เครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์คอันทรงพลังของ Ford Ranger บรรทุกของถึง 1,000 กิโลกรัมในกระบะท้าย และลากหนักอีก 2,700 กิโลกรัม ขับผ่านความชันที่เพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงถึง 40 องศาเซลเซียส

          “ความร้อนและความชื้นเป็นตัวแปรที่เพิ่มความกดดันให้กับการทดสอบในวันนี้ แม้วิศวกรของฟอร์ดได้ออกแบบระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ให้ทนทานต่อสภาวะการใช้งานหนัก แต่สภาพแวดล้อมสุดหฤโหดที่เจอในวันนี้คือบททดสอบความแกร่งของ Ford Ranger อย่างแท้จริง” โกวเวอร์ กล่าว

          ด้วยดีไซน์กระจังหน้าใหม่ของ Ford Ranger ทีมวิศวกรด้านการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์และระบบระบายความร้อนของฟอร์ด ได้ปรับการไหลเวียนอากาศทางด้านหน้าเพื่อรักษาอุณหภูมิของห้องเครื่อง โดยใช้คอมพิวเตอร์วิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่ามีปริมาณอากาศที่เหมาะสมไหลเวียนเข้าไปในแผงระบายความร้อนของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น อินเตอร์คูลเลอร์ แผงรังผึ้งระบายความร้อน และหม้อน้ำ ตัวดักลมซึ่งเป็นตัวนำอากาศไปยังแผงระบายความร้อน ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้อุณหภูมิของอากาศเอื้อต่อประสิทธิภาพและอุณหภูมิของเครื่องยนต์ กระจังหน้าและตัวดักลมได้รับการออกแบบเป็นพิเศษให้นำอากาศจากด้านหน้าไปยังชุดระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากการไหลเวียนของอากาศตามธรรมชาติแล้ว ยังมีพัดลมที่ช่วยดูดอากาศเข้าไปในอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนเพื่อการระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วต่ำอีกด้วย

          ชุดเกียร์อัจฉริยะของ Ford Ranger ยังช่วยรักษาอุณหภูมิของเครื่องยนต์อย่างเหมาะสมระหว่างการลากและบรรทุกหนัก โดยกล่องควบคุมเกียร์จะควบคุมตัวทอร์คคอนเวอร์เตอร์และเลือกใช้เกียร์ที่เหมาะสมเมื่อมีการลากหนัก เพื่อการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดน้ำมัน และรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทีมวิศวกรได้ทำการทดสอบชุดเกียร์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าชุดเกียร์นี้จะสามารถรองรับการบรรทุกหนักโดยคงอุณหภูมิต่ำ พร้อมมอบสมรรถนะที่เปี่ยมประสิทธิภาพตามที่ลูกค้าคาดหวัง อุณหภูมิในชุดเกียร์ถูกควบคุมโดยอุปกรณ์ระบายความร้อนของน้ำมันเกียร์ ซึ่งทำหน้าที่ปล่อยความร้อนจากน้ำมันเกียร์ไปยังระบบระบายความร้อน

          “สารคดีชุด เกิดมาแกร่ง นี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อทดสอบขีดความสามารถที่เป็นที่สุดของ Ford Ranger ที่เกินความคาดหมายของลูกค้า และ Ford Ranger ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เป็นรถกระบะที่เกิดมาแกร่งอย่างแท้จริง” นายโกวเวอร์ กล่าว “การที่ Ford Ranger สามารถผ่านบททดสอบสุดหฤโหดที่ยาวนานต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมง โดยไม่สะดุดเลยนั้น ยิ่งช่วยชี้ให้เห็นว่า Ford Ranger ได้รับการออกแบบมาให้เป็นผู้ช่วยตัวจริงอย่างแท้จริง”

Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต

ฟอร์ด เอคโค่ สปอร์ต 4 เทคนิคการจัดสรรรพื้นที่ ภายในรถสุดแจ่มแมว

ฟอร์ด ข้อเสนอพิเศษ ฟอร์ด พัทยา – สำหรับหลายคน รถยนต์ก็เปรียบเสมือนเพื่อนคู่หู ไม่ว่าจะไปที่ไหน ทำอะไร ก็ไปด้วยกันทุกที่ ทั้งเรื่องงาน พักผ่อน หรือเพื่อตอบสนองความฝันและความต้องการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะที่พาเราไปยังจุดปลายทางอีกต่อไป ผนวกกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่มีความหลากหลาย ในหนึ่งวันเราอาจต้องขนเอกสารหรือโมเดลตัวอย่างเพื่อนำเสนองานลูกค้าในช่วงเช้า พาเพื่อนร่วมงานไปทานข้าวมื้อกลางวัน หลังเลิกงานไปออกกำลังต่อยมวยกับเพื่อนที่ยิม ก่อนมาดินเนอร์สวีทกับแฟนในช่วงค่ำ หรือจะพาครอบครัวไปทานข้าวนอกเมืองในวันหยุด จากกิจกรรมทั้งหมดจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์มากมาย การจะทำให้รถหนึ่งคันสามารถบรรทุกสัมภาระได้ทั้งหมดและเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน นับเป็นความท้าทายของผู้ใช้รถยนต์ในยุคใหม่ แต่เราควรทำอย่างไร เพื่อให้รถยนต์ของเราสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน?

FORD THAILAND ตระหนักถึงความท้าทายดังกล่าวและต้องการยกระดับการใช้งานของรถยนต์ให้สามารถตอบโจทย์ผู้ขับขี่ได้ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การท่องเที่ยว หรือแม้แต่การทำตามความฝัน จึงแนะนำ 4 เทคนิคการจัดสรรพื้นที่ในรถเพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณเอ วัฒนา โกวัฒนาภรณ์ ผู้ก่อตั้ง และInterior Designer จาก Balance Interior Design ผู้มีแนวคิดการรักษาสมดุลระหว่างไลฟ์สไตล์และฟังก์ชั่นการใช้งานให้ออกมาอย่างลงตัว เพื่อรองรับทุกการใช้งาน ซึ่งเทคนิคการจัดสรรพื้นที่ในรถทั้ง 4 อย่างได้แก่

1.“ความถี่ในการใช้งาน” แบ่งโซนพื้นที่เก็บของให้เป็นหมวดหมู่ โดยพิจารณาว่าอะไรที่ใช้บ่อยและใช้เป็นประจำควรวางเอาไว้ด้านหน้า หรือวางไว้ในตำแหน่งที่สามารถหยิบใช้งานได้ง่ายและสะดวกที่สุด

2.“ลำดับจากเวลาใช้งาน” เรียงลำดับการจัดวางสิ่งของโดยดูว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในวันนั้นบ้าง แล้วเรียงเก็บสิ่งของขึ้นรถตามลำดับเวลาเพื่อช่วยทำให้การขนของขึ้น – ลงง่าย สะดวก แถมยังประหยัดเวลาในการเดินทาง

3.“เรียงจากใหญ่ไปเล็ก” เมื่อต้องขนสัมภาระครั้งละมากๆ ให้เลือกสัมภาระชิ้นใหญ่ไว้ด้านในหรือล่างสุดก่อน ตามด้วยของที่มีขนาดรองๆ ลงมา แล้วค่อยวางของที่มีขนาดเล็กที่สุด ปิดท้ายด้วยของที่มีขนาดเล็กมากๆ หรือของที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ เช่น ผ้าหรือสิ่งของที่บรรจุอยู่ในถุงหิ้วพลาสติก โดยอาจวางไว้ตามซอกหรือช่องว่างระหว่างสัมภาระชิ้นใหญ่ก็ได้เช่นกัน

4.“เรียงสิ่งของต่อกัน” บรรจุของใช้ลงในกล่องกระดาษหรือตะกร้าพลาสติกทรงสี่เหลี่ยม และนำมาวางเรียงต่อกันให้พอดีกับพื้นที่ห้องเก็บของด้านหลัง ตามแนวขวางหรือแนวลึก เพื่อกันไม่ให้ของเลื่อนไปมาระหว่างที่รถวิ่ง นอกจากจะช่วยจำแนกของเป็นหมวดหมู่ ใช้งานง่ายแล้ว ยังไม่เพิ่มน้ำหนักบรรทุกอีกด้วย

นอกจากนี้ การเลือกรถที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายก็สามารถช่วยตอบโจทย์เรื่องความคล่องตัวทุกการใช้งานได้เช่นกัน ซึ่งหนึ่งในรถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์ เหมาะกับทุกสภาพการจราจรและสภาพถนนของเมืองไทย พร้อมมอบความสนุกสนานและความสะดวกสบายในการขับขี่ผ่านนวัตกรรมล้ำสมัยมากมายภายในรถอย่าง “Ford EcoSport” ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ขับขี่ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายและต้องการความอเนกประสงค์ของรถยนต์ โดยฟอร์ด เอคโค่สปอร์ตโดดเด่นด้วยพื้นที่เก็บของท้ายรถที่มีความจุถึง 705 ลิตรเมื่อพับเบาะ สามารถบรรทุกเครื่องซักผ้าได้ พร้อมช่องเก็บของภายในตัวรถถึง 21 ช่อง ทั้งนี้ พื้นที่เก็บของอเนกประสงค์ของฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ยังสามารถนำมาจัดสรรและประยุกต์ใช้ตามเทคนิคข้างต้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่แต่ละคนอย่างลงตัว

1
ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต

2
คุณเอ วัฒนา โกวัฒนาภรณ์
กูรูผู้แนะนำเทคนิคการจัดสรรพื้นที่ในรถ

3
พื้นที่เก็บของท้ายรถเมื่อพับเบาะสามารถบรรทุกเครื่องซักผ้าได้

4
พื้นที่เก็บของที่สามารถบรรทุกสัมภาระเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

5
ที่วางของใช้ใกล้มือจัดเป็นสัดส่วนมีถึง 21 ช่องเก็บของตามการใช้งาน

6
เบาะพับปรับเปลี่ยนพื้นที่

7
จัดเรียงสัมภาระตามเทคนิคการจัดสรรพื้นที่ทั้ง 4 ข้อ

8
ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต

9
ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต

10

Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

แผนที่ ฟอร์ด ชลบุรี ติดต่อ

สำนักงานใหญ่ ฟอร์ด ชลบุรี “บริษัท ชลบุรีท็อปคาร์ จำกัด”
ฝ่ายขายฟอร์ด และศูนย์บริการซ่อมรถยนต์ ฟอร์ด ที่ได้รับมาตราฐาน ฟอร์ด ชลบุรี ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ ฟอร์ด ที่ได้รับมาตราฐานเพียง 1 ใน 7 ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังที่ได้รับการรับรองมาตราฐาน จาก ฟอร์ด และเป็นอะไหล่ ฟอร์ด แท้ทุกชิ้น “อ้างอิง ฟอร์ด ประเทศไทย

   

ฟอร์ด ชลบุรี บริษัท ชลบุรี ท็อปคาร์ จำกัด สำนักงานใหญ่ “บริการระดับมืออาชีพ”

ที่อยู่ 70 หมู่ 4 ถนน สุขุมวิท ตำบล ห้วยกระปิ อำเภอ เมือง จังหวัด ชลบุรี 20130

ติดต่อ โทร 038-765376-81 ฟอร์ด ชลบุรี ท็อป คาร์

เปิดทำการทุกวันตั้งแต่ 08.00  – 17.00 น “บริการระดับมืออาชีพ”

FACEBOOK ฟอร์ด ชลบุรี ท็อป คาร์ จำกัด

http://www.fordpattaya.com/%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94-%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5/

Categories
ข่าวสาร ฟอร์ด

แผนที่ ฟอร์ด พัทยา ติดต่อ

ฟอร์ด พัทยา บริษัท พัทยาท็อปคาร์ จำกัด

ฝ่ายขายฟอร์ด และศูนย์บริการซ่อมรถยนต์ ฟอร์ด ที่ได้รับมาตราฐาน

เปิดทำการทุกวันตั้งแต่ 08.00 – 17.30 น วันอาทิตย์ เปิดทำการเวลา 10.00 – 16.00 น

“ให้พวกเราทีมงาน ฟอร์ด พัทยา ดูแลรถยนต์ ฟอร์ด ที่คุณรักสิครับ” แล้วคุณจะรักพวกเรายิ่งกว่า

After-sales-service1

  • บริษัท พัทยาท็อปคาร์ จำกัด (ฟอร์ด พัทยา)

  • ที่อยู่ 15/69 ถนนสุขุมวิท หมู่.11 ตำบล หนองปรือ อำเภอ บางละมุง จังหวัด ชลบุรี 20150

  • โทร 038-232999 , แฟ็กซ์ 038-232700

Pattaya Top Car.CO.LTD

Address : 15/69 moo.11 Tumbon Nongprue Aumpure Banglamung Chonburi 20150

Call 038-232999 , Fax 038-232700

คลิก“สำนักงานใหญ่ ฟอร์ด ชลบุรี บริษัท ชลบุรีท็อปคาร์ จำกัด”

http://www.fordpattaya.com/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94-%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2/

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ศูนย์บริการ ฟอร์ด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ศูนย์บริการ ฟอร์ด